วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

The STDUIES Model จุฬาลักษณ์ ปัจจัยโค รายวิชาการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน

1.ให้นักศึกษาออกแบบ Model การจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบ The STDUIES Model

พร้อมอธิบายภาพ




2..ให้นักศึกษาจงอธิบายความรู้และทักษะในประเด็นต่อไปนี้
1) กำหนดจุดหมายการเรียนรู้  (S : Setting Learning Goals)
   การกำหนดจุดหมายการเรียนรู้ ผู้เรียนต้องระบุจุดหมายการเรียนรู้ (Glows) ด้วยการระบุความรู้และการปฏิบัติ โดยการระบุความรู้ในรูปของสารสนเทศ (declarative knowledge) และระบุทักษะ การปฏิบัติ หรือกระบวนการ (procedural knowledge) จุดหมายการเรียนรู้ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยจำนวนของบทเรียน ปริมาณเนื้อหาสาระหรือความรู้สูงสุด แต่หมายถึงความคาดหวังที่จะเรียนรู้ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งและเจตนาที่จะให้ผู้เรียนแสดงถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ การกำหนดจุดมุ่งหมายการเรียนการสอน
 จุดมุ่งหมายมี 2 ลักษณะ คือ
 จุดมุ่งหมายที่มีลักษณะกว้างๆ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายที่ไม่สามารถวัดหรือสังเกตได้ทันที
 จุดมุ่งหมายที่มีลักษณะเฉพาะ สังเกตเห็นพฤติกรรมหรือการปฏิบัติของผู้เรียนได้ บางครั้งเรียกว่าจุดประสงค์การเรียนรู้ จำแนกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่คือ จุดประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพ จุดประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ
 การเขียนจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจนสื่อความหมายให้เข้าใจนัยเพียงหนึ่งเดียว
ระบุสมรรถภาพให้ชัดเจน ควรได้แสดงให้เห็นว่าเมื่อเรียนรู้จบรายวิชาแล้วมีความสามารถที่จะทำอะไรได้โดยที่ก่อนเรียนรู้รายวิชานั้นๆยังไม่สามารถทำได้
 การเชื่อมโยงอดีตกับอนาคต ถ้าเป็นไปได้เน้นย้ำมโนทัศน์จากชั้นเรียนที่ผ่านมา พยายามเชื่อมโยงให้เห็นความสัมพันธ์กับมโนทัศน์ที่จะเรียนในอนาคต
 จุดมุ่งหมายกับการทดสอบ ถ้าเราเขียนจุดมุ่งหมายได้ชัดเจนและครอบคลุมเนื้อหาจะทำให้สร้างแบบทดสอบได้ง่าย ยังสามารถกำหนดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จะให้ได้เป็นอย่างดี

2) วิเคราะห์ภาระงาน   (Task Analysis)
 T : วิเคราะห์ภาระงาน (Task Analysis) ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ได้ความรู้ (knowledge) ทักษะ เu) และเจตคติ(Altitude)ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการอธิบายภาระงานหรือกิจกรรมที่ช่วยนำทางผู้เรียนไปสู่ เอมมายการเรียนรู้ การวิเคราะห์งานจะเขียนแสดงความสัมพันธ์ด้วย KSA diagram คือ Kowledge-Skillresides การวิเคราะห์ภาระงานเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์การเรียนการสอน ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ
1.ตัดสินใจให้ได้ว่าเป็นความต้องการในการเรียนการสอน มีภาระงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียน การสอน
2. ต้องความชัดเจนว่าต้องเรียนรู้เรื่องใดมาก่อน จึงจนำไปสู่ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
3. การประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน จากขั้นที่ 2 บอกให้รู้ว่าผู้เรียนจะต้องเรียนรู้และวัดผลใน เรื่องใด
Donald Clark, (2004 : 13) เสนอแนวทางการวิเคราะห์ตามกระบวนการออกแบบการเรียนการสอน นี้ว่า เป็นการปฏิบัติเพื่อลงสรุปให้ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียนการสอนให้ชัดเจน ดังนี้ ทบทวนระบบหรือกระบวนการเพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น
เรียบเรียงภาระงาน (จำาเป็น)
*ระบุงาน
บรรยายลักษณะงาน
*รายการ ภาระงานของแต่ละงาน
            วิเคราะห์ภาระงานนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อสนองตอบความต้องการการเรียนรู้
เลือกภาระงานสำหรับการเรียนการสอน (ภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องก็ควรจะเลือกใช้วิธีอื่น(ที่ไม่ใช่ การสอน)
สร้างเครื่องมือวัดผลการปฏิบัติ
เลือกวิธีการเรียนการสอน
ประมาณค่าใช้จ่ายในการสอน (ถ้าจำเป็น)
หมายเหตุ คำว่า (ถ้าจำเป็น) อาจไม่ต้องทำก็ได้ เมื่อผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายรับทราบกิจกรรมนั้นๆ ทราบแล้ว

3)  การออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล (U : Universal Design for Instruction)
       U : การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล (Universal Design for Instruction UDI) เป็นการ ออกแบบการสอนที่ผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้ดําเนินการเชิงรุก (proactive-การกระทําโดยไม่ต้องมีสิ่งใดมากระตุ้น) เกี่ยวกับการผลิตและหรือจัดหาจัดทําหรือชี้แนะการออกแบบการเรียนการสอนนําความรู้จากหลายสาขาวิชามาประยุกต์เข้าด้วยกันเป็นขั้นตอน กระบวนการเชิงระบบเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน โดยพื้นฐานแล้ววิธีการเชิงระบบกําหนดให้ต้องระบุว่า จะเรียนอะไร วางแผนการสอนว่าจะยอมให้การเรียนรู้อะไรเกิดขึ้น วัดผลการเรียนรู้เพื่อตัดสินว่า การเรียนรู้ นั้นบรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่และกลั่นกรองตัวสอดแทรก (intervention) จนกระทั่งบรรลุจุดประสงค์ จาก ลักษณะนี้เองจึงทําให้เกิดแบบจําลองการออกแบบการเรียนการสอนทั่วไป (generic Instruction Design model : ID model) ขึ้น (Gibbons 1981 : 5, Hannum and Hansen, 1989)
เกี่ยวกับระบบการเรียนการสอนนี้ แฮนนัมและบริกส์ (Hannum and Briggs) ได้เปรียบเทียบการ เรียนการสอนแบบดั้งเดิม และการเรียนการสอนเชิงระบบ  ผลิตภัณฑ์การศึกษา (educational products (computers, websites, software, textbooks, and lab equipment) และสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้(dormitories, classrooms, student union buildings, libraries, and distance learning courses), ที่จะระบุถึงในทุกขั้นตอนของการเรียนการสอน
            
 4) การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล  (D : Digital Learning)
D : การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล (Digital Learning) การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัลเป็นการเรียนรู้ผ่านเครือข่าย เช่น เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social networking)การแชร์ภาพ และการใช้อินเทอร์เน็ตแบบเคลื่อนที่ เป็นต้น การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัลมีนัยมากกว่าการรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ยังครอบคลุมถึงประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับเนื้อหา (content) จริยธรรม สังคม และการสะท้อน(Reflection) ซึ่งฝังอยู่ในการเรียนรู้ การทํางาน และชีวิตประจําวัน
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต 2546 1 ) - 10) กล่าวว่า สังคมข่าวสารข้อมูลหรือสังคมสารสนเทศ โลกมีข่าวสารข้อมูลแพร่กระจายกว้างขวางทั่วถึงรวดเร็วมาก ก็คิดว่าคนจะฉลาด คนจะมีปัญญา จะเข้าสู่ยุค แห่งปัญญา แต่ที่จริงการมีข้อมูลข่าวสารมากไม่จําเป็นต้องทําให้คนมีสติปัญญา หากว่าไม่พัฒนาคนให้รู้จัก รับและใช้ข้อมูลนั้น และกล่าวสรุปไว้ว่าจําแนกคนได้เป็นสามประเภท ดังนี้
1. กลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อ ในกรณีที่คนไม่พัฒนาสติปัญญาอย่างถูกต้องให้สามารถเข้าถึงข้อมูลอย่าง แท้จริง และสามารถถือเอาประโยชน์จากข่าวสารข้อมูลได้ที่จะเป็นโทษอย่างมาก ข่าวสารข้อมูลจะกลายเป็น เครื่องมือล่อเร้าและหลอกลวง ทําให้คนเป็นเหยื่อ
2. กลุ่มที่รู้เท่าทัน คนจํานวนมากมีความภาคภูมิใจว่าตนตามทันข่าวสารข้อมูล มีข่าวสารข้อมูล อะไรออกมาก็ตามทันหมด ปรากฏว่าตามทันเท่านั้น แต่ไม่รู้เท่าทัน และที่ถูกกระแสข่าวสารข้อมูลท่วมทับ พัดพาไป กรณีเช่นนี้ถ้ามีปัญญารู้เท่าทันก็จะทําให้ดํารงอยู่ท่ามกลางกระแสได้ เป็นผู้ที่ยืนหยัดตั้งหลักอยู่ได้
3. กลุ่มที่อยู่เหนือกระแส การรู้เท่าทันยังไม่พอ ควรที่จะสามารถทําได้ดีกว่านั้นอีกคือขึ้นไปอยู่ เหนือกระแส เป็นผู้ที่สามารถนําเอาข้อมูลข่าวสารมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง คนกลุ่มนี้สามารถ จัดการกับกระแส โดยทําการเปลี่ยนแปลงในกระแสหรือนํากระแสให้เดินไปในทิศทางใหม่ที่ถูกต้อง


5) การบูรณาการความรู้ (I: Integrated Knowledge)
I :  การบูรณาการความรู้ (Integrated Knowledge) การเชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้องภายในศาสตร์ต่างๆ ของรายวิชาเดียวกันหรือหลากหลายวิชาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนําความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง เรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated learning Management) เป็นกระบวนการจัดประสบการณ์ สาระความรู้ของศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ผู้เรียนได้รับความรู้ ทักษะ และเจตคติ
การบูรณาการความรู้หมายถึง การโยงความรู้ หรือการสร้างความสัมพันธ์และรวมแนวคิด เดียวในสถานการณ์ต่างๆ การบูรณาการทําให้ผู้เรียนได้รับความรู้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเป็นการ ลุ่มลึกและยั่งยืน การบูรณาการความรู้เป็นสิ่งจําเป็น โดยเฉพาะในยุคที่มีความรู้ ข้อมูล ข่าวสารมาก การ การความรู้อาจเขียนเป็นลําดับความสัมพันธ์ได้ดังนี้ เริ่มจาก ข้อมูล (data) สารสนเทศ (informationะความ (knowledge) ปัญญา (wisdom) เป้าหมายหลักของการเรียนคือเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้สิ่งที่ถือว่าสําคัญใน เรื่องที่กําหนดหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเพื่อแสวงหาและรวบรวมความรู้ นวัตกรรมด้านการศึกษาจํานวนมากไม่ สนใจความสําคัญของความรู้ด้านเนื้อหา แต่นักเรียนที่เรียนแบบบูรณาการความรู้ โดยการสํารวจ การจัด จําแนก การจัดการ และการสังเคราะห์ความคิดและข้อมูลสารสนเทศเพื่อประเมินประสบการณ์และแก้ปัญหา บรรจุอยู่ในหลักสูตรเรียกว่า หลักสูตรบูรณาการ (Integrated Curricula) โดยนําความคิดหลักในวิชามา สัมพันธ์กันเป็นการเชื่อมโยงในแนวนอน ระหว่างหัวข้อ และเนื้อหาต่าง ๆ ที่เป็นความรู้ ทั้ง ด้าน ได้แก่ พุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย และสัมพันธ์กับวิชาอื่นด้วย

6) การประเมินการเรียนรู้ของตนเอง (E : Evaluation to Improve Teaching) 

การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน (Evaluation to Improve Teaching E :) การประเมินการเรียนรู้ของตนเองโดยกําหนดค่าคะแนนจากการวิเคราะห์การประเมินการเรียนรู้ด้านความรู้ (Cognitive Domain) ของบลูม (Bloom's Taxonomy) การประเมินตามสภาพจริงและการประเมินจากแฟ้มสะสมงาน เป็นการ ตรวจสอบการบรรลุจุดหมายการเรียนรู้
การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอนมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการทบทวนตนเองหลังการสอน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนการเรียนการสอน ระหว่างการสอน และหลังจากสอนจบบทเรียนแล้วการจัดกระบวนการพัฒนาการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน Glickman (2002) เสนอแนวคิดในการพัฒนาโดยใช้วิธีจัดองค์กรความรู้ด้านวิชาชีพ ดังภาพประกอบที่ 6



 7) การประเมินคุณภาพการเรียนรู้อิงมาตรฐาน (S : Standard Based Assessment)   

S : การประเมินอิงมาตรฐาน (Standard Based Assessment ) การประเมินคุณภาพการเรียนรู้อิงมาตรฐาน โดยใช้แนวคิดพื้นฐาน โครงสร้างการสังเกตผลการเรียนรู้ (Structure of Observed Learning Outcom) รวมถึงมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก มาตรฐานมีความสําคัญอย่างยิ่งในชั้นเรียน มาตรฐานเป็นตัวกระตุ้นการสอนที่ประสบ สําหรับผู้สอนที่มีความสามารถสูงสุด เมื่อผู้สอนมองการสอนเทียบกับมาตรฐานจะพบว่า การสอนตอ ต่อมาตรฐาน เพื่อความชัดเจนผู้สอนต้องตอบคําถามเรื่องการเรียนการสอนกับมาตรฐาน ดังนี้
-ใครกําลังสอนมาตรฐานใด เพื่อตอบคําถามว่า ใครสอนมาตรฐานอะไร ไม่ใช่ ใครสอนหัวใด
-ใครกำลังประเมินผลมาตรฐานใดบ้าง โดยวิธีใด เพื่อตอบคําถามว่า ใครประเมินมาตรฐานใด
-การนํามาตรฐานมาใช้เพื่อกําหนดว่าเนื้อหาและทักษะใดสัมพันธ์กับมาตรฐานใด แต่การเชื่อมโยง ระหว่างเนื้อหาและทักษะกับมาตรฐานอาจไม่เพียงพอ ส่งผลให้มาตรฐานบางอย่างถูกละเลย เมื่อมีข้อมูลว่า
มาตรฐานใดบ้างที่จะนํามาใช้ในการสอนและการประเมินผลแล้ว ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรจะสอนและ ประเมินผลอะไรในระดับชั้นใด และวิชาใด โดยวิธีใด สามารถระบุได้ชัดเจนว่ามาตรฐานได้นํามาใช้ในการ สอนและการประเมินผลอย่างไร การเริ่มต้นด้วยมาตรฐานในการสอนและการประเมินผลที่ใช้อยู่ในชั้นเรียน หรือรายวิชานั้น ๆ เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด จากนั้นจึงเคลื่อนไปสู่มาตรฐานที่ยังไม่ได้สอนหรือการประเมินผล ต่อไป และขั้นตอนสุดท้ายเป็นการทบทวนเพื่อตัดสินใจ/ตอบคําถามดังต่อไปนี้
แผนจัดการเรียนรู้นี้ดีที่สุดหรือไม่ ถ้าไม่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดบ้าง มีสิ่งใดบ้าง ที่ถูกมองข้ามไปหรือมีมากเกินไป
-ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้อย่างเพียงพอ และแสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับมาตรฐานหรือไม่
-สอนย้ำแต่ละมาตรฐานบ่อยๆมากเพียงพอที่จะทําให้เกิดการเรียนรู้ที่ลุ่มลึกขึ้นหรือไม่
มาตรฐานเป็นการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องต่อความคาดหวังเพื่อการเรียนรู้ของผู้เรียน มาตรฐานทําให้เกิดโครงสร้างซึ่งนําไปสร้างเป็นหลักสูตรท้องถิ่นที่สมบูรณ์แบบและลุ่มลึกได้ มาตรฐาน ระดับชาติ และระดับท้องถิ่น เป็นแหล่งวิทยาการที่สําคัญสําหรับผู้สอน คําถามที่ผู้สอนจะต้องให้ความสําคัญคือ
มาตรฐานใดบ้างที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ของผู้เรียน
ผู้เรียนแต่ละคนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในทุกมาตรฐานหรือไม่
การนําเสนอมาตรฐานอยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ และผู้สอนสามารถนําไปใช้ได้หรือไม่
เราจะนํามาตรฐานไปใช้ในชั้นเรียนและโรงเรียนทั่วทั้งเขตพื้นที่การศึกษาได้อย่างไร

ประมวลรายวิชาการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน

ประมวลรายวิชาการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน

การเขียนแผนจัดการเรียนรู้ (Basic Lesson Plans)

โครงสร้าง  แผนการจัดการเรียนการสอน
รายวิชา  การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน                                 สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
คณะครุศาสตร์                                                                                                           มหาวิทยาลัยนครพนม
เรื่อง  ........................................                                                                                              เวลา   4   ชั่วโมง
                                                                                                                                                                            
สาระสำคัญ
                 การจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบ The STDUIES Model
วัตถุประสงค์
  เพื่อให้นักศึกษามีความรู้และทักษะในประเด็นต่อไปนี้
1) กำหนดจุดหมายการเรียนรู้  (S : Setting Learning Goals)
2) วิเคราะห์ภาระงาน   (Task Analysis)
3)  การออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล (U : Universal Design for Instruction)
4) การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล  (D : Digital Learning)
5) การบูรณาการความรู้ (I: Integrated Knowledge)
6) การประเมินการเรียนรู้ของตนเอง (E : Evaluation to Improve Teaching) และ
7) การประเมินคุณภาพการเรียนรู้อิงมาตรฐาน (S : Standard Based Assessment)   
เนื้อหา
                 สาระความรู้ ในแต่ละบทเรียน (บทที่ 1-8)

กิจกรรมการเรียนการสอน
                 ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน (15 – 30 นาที)
                 1. ผู้สอนใช้คำถาม เพื่อร่วมกันทำความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ The STUDIES Model เริ่มจากทบทวนประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียน การเรียนการสอนแบบปกติ และการเรียนการสอนแบบสร้างความรู้
กิจกรรมดังกล่าวนี้สามารถใช้กระบวนการกลุ่มร่วมกันเรียนรู้ ให้สมาชิกในกลุ่ม กำหนดบทบาทหน้าที่เป็นประธาน เลขานุการ และสมาชิก


                 ขั้นสอน (45-60 นาที)   
                 2.  นักศึกษาจับคู่และร่วมกันวางแผนจัดการเรียนรู้ โดยนำสาระ มาตรฐานและตัวชี้ เพื่อ
2.1 กำหนดจุดหมายการเรียนรู้  (S : Setting learning goals) และ
2.2 วิเคราะห์ภาระงาน   (Task analysis )
นักศึกษาจะต้องระบุจุดมุ่งหมายและกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับความรู้ที่ได้เรียนรู้ในส่วนที่เป็นสาระความรู้  Declarative knowledge หรือ What student will understand และส่วนที่เป็นทักษะ  Procedural knowledge หรือ What student will be able to do
  3. นักศึกษาจับคู่ร่วมกันจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ในประเด็นเกี่ยวกับ
3.1 ออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล (U : Universal design for instruction) กำหนดผลิตภัณฑ์ (เอกสาร หนังสือ หรือสื่อการเรียนรู้อื่น ๆ )ที่เป็นสาระการเรียนรู้และเสนอแนะ/การจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
3.2  จัดเตรียมบทเรียนที่ใช้ในการเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล  (D : Digital learning) ที่เรียนรู้ได้จาก Mobile learning
3.3  จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการบูรณาการความรู้ (I: Integrated knowledge)
4. นักศึกษาร่วมกันตรวจสอบความเข้าใจในมโนทัศน์การจัดการเรียนรู้ ในประเด็น
4.1  การประเมินการเรียนรู้ของตนเอง (E : Evaluation to improve teaching) และ
4.2 การประเมินคุณภาพการเรียนรู้อิงมาตรฐาน (S : Standard based Assessment)   
                 ขั้นสรุป (15 - 30 นาที)
                 5. นักศึกษาร่วมกันแสดงความคิดเห็น และร่วมกันตอบคำถาม (ผู้สอนกำหนดประเด็นคำถาม)  นักศึกษาแต่ละกลุ่มนำเสนอคำตอบ อาจารย์และนักศึกษาแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ การร่วมกันสรุปประเด็นที่ได้จากการศึกษา
สื่อการเรียนการสอน
1.          เอกสารประกอบการนำเสนอ (PowerPoint Presentation)
2.          เอกสารประกอบการสอนวิชาการจัดการเรียนรู้ และการจัดการชั้นเรียน : The STUDIES Model
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
1.   สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของนักศึกษา
2.   ตรวจคำตอบตามประเด็นคำถาม


ประมวลการสอนรายวิชา

ชื่อสถาบันอุดมศึกษา        มหาวิทยาลัยนครพนม
วิทยาเขต/คณะ/ภาควิชา    คณะครุศาสตร์
1. รหัสและชื่อรายวิชา
              การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน
(Instructional and Classroom Management)
2. จำนวนหน่วยกิต   
3  หน่วยกิต  (2-2-5)
3. หลักสูตรและประเภทของรายวิชา                  
       หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต
       หมวดวิชาเฉพาะกลุ่มวิชาชีพครู (วิชาบังคับ)
4. อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาและอาจารย์ผู้สอน
       ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิจิตรา  ธงพานิช
       e-mail    Phichittra.npu.ac.th
         Mobile Phone :  0884555839
5. ภาคการศึกษา/ปีการศึกษา
       ภาคการศึกษาที่ 2562
6. รายวิชาที่ต้องเรียนมาก่อน (Pre-requisite) (ถ้ามี)              -
7. สถานที่เรียน       คณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยนครพนม
8. จุดมุ่งหมายของรายวิชารายวิชานี้ออกแบบเพื่อช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้และบรรลุจุดมุ่งหมาย  ดังนี้
8.1. มีความรู้ในเรื่องหลักการ แนวคิด แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน
8.2. มีทักษะในการการจัดทำแผนการเรียนรู้และนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลจริง
8.3. มีความสามารถคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และแก้ปัญหาได้ การบูรณาการการเรียนรู้แบบเรียนรวม
8.4. มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ และการพัฒนาศูนย์การเรียนในสถานศึกษา
8.5. มีเจตคติที่ดีและให้ความสำคัญต่อการจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ การสร้างบรรยากาศและการจัดการชั้นเรียนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้


9. คำอธิบายรายวิชา
              หลักการ แนวคิด แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ ทฤษฎีและรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และแก้ปัญหาได้ การบูรณาการการเรียนรู้แบบเรียนรวม การจัดการชั้นเรียน การพัฒนาศูนย์การเรียนในสถานศึกษา การจัดทำแผนการเรียนรู้และนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลจริง การสร้างบรรยากาศการจัดการชั้นเรียนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
              Principles, concepts and guideline for learning plan development learning management and environment for learning; theories and instructional management model for  learners learn how to know the critical thinking, creative thinking and solving problems; integration of inclusive education; classroom management; learning center development in schools; writing learning plans and implementing for authentic output; creating a positive classroom atmosphere for learners 
10.  จำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อภาคการศึกษา
บรรยาย
สอนเสริม
การฝึกปฏิบัติงาน
ภาคสนาม/การฝึกงาน
การศึกษาด้วยตนเอง
ชั่วโมง/สัปดาห์
-
2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมง/สัปดาห์
11.  แผนการสอน 
สัปดาห์ที่
หัวข้อ/รายละเอียด
จำนวนชั่วโมง
จำนวนชั่วโมง
กิจกรรมการเรียนการสอน
สื่อที่ใช้(ถ้ามี)
ผู้สอน
1

แนะนำรายวิชา ออกแบบและวางแผนการเรียนรู้ร่วมกัน
 การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน  : The STUDIES Model
2
2
- บรรยาย/ อภิปราย/สรุป
- ประมวลการสอน
The STUDIES Model
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
2

กำหนดจุดหมายการเรียนรู้   (Setting Learning Goals)

2
2
-  Power Point/หนังสือ
- จับคู่ ปฏิบัติกิจกรรม
Assignment
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
3

วิเคราะห์ภาระงาน (Task Analysis)
2
2
-  Power Point/หนังสือ
- จับคู่ ปฏิบัติกิจกรรม
Assignment
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
4

การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล (Universal Design for Instruction)
2
2
-  Power Point/หนังสือ
- จับคู่ ปฏิบัติกิจกรรม
Assignment
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
5

การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล (Digital Learning)
2
2
-  Power Point/หนังสือ
- จับคู่ ปฏิบัติกิจกรรม
Assignment
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
6
การบูรณาการความรู้ (Integrated Knowledge)
2
2
-  Power Point/หนังสือ
- จับคู่ ปฏิบัติกิจกรรม
Assignment
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
7
การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน (Evaluation to Improve Teaching)
2
2
-  Power Point/หนังสือ
- จับคู่ ปฏิบัติกิจกรรม
Assignment
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
8
การประเมินอิงมาตรฐาน (Standard Based Assessment)
2
2
-  Power Point/หนังสือ
- จับคู่ ปฏิบัติกิจกรรม
Assignment
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
9
การประเมินระหว่างเรียน
สอบกลางภาค
2
-
- สอบข้อเขียนในชั้นเรียน
Assignment
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
10
การออกแบบ และเขียนแผนจัดการเรียนรู้
การจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
2
-
แผนจัดการเรียนรู้
ผลิตภัณฑ์/สื่อการเรียนรู้
สิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
11
การออกแบบ และเขียนแผนจัดการเรียนรู้
 การจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
2
-
แผนจัดการเรียนรู้
ผลิตภัณฑ์/สื่อการเรียนรู้
สิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
12
การออกแบบ และเขียนแผนจัดการเรียนรู้
 การจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
2
-
แผนจัดการเรียนรู้
ผลิตภัณฑ์/สื่อการเรียนรู้
สิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
13
สาธิต/การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน (กลุ่ม – คน)
สองกลุ่ม
2
2
- การปฏิบัติตามแผนจัดการเรียนรู้
- จัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
14
สาธิต/การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน (กลุ่ม – คน)
 สองกลุ่ม
2
2
- การปฏิบัติตามแผนจัดการเรียนรู้
- จัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
15
สาธิต/การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน (กลุ่ม – คน)
 สองกลุ่ม
2
2
- การปฏิบัติตามแผนจัดการเรียนรู้
- จัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช
16

- ประเมินผลปลายภาค
2
-
-ทดสอบ
-แบบทดสอบ
ผศ.ดร.พิจิตรา
  ธงพานิช

รวม
32
28



12.  แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน(Instructional and Classroom Management)มีแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้ (Constructivist)และการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) รายละเอียดดังต่อไปนี้
12.1 กำหนดจุดหมายการเรียนรู้ (Setting Learning Goals)
12.2 วิเคราะห์ภาระงาน (Task Analysis)
12.3 การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล (Universal Design for Instruction)
12.4 การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล (Digital Learning)
12.5 การบูรณาการความรู้ (Integrated Knowledge)
12.6  การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน (Evaluation to Improve Teaching)
12.7  การประเมินอิงมาตรฐาน (Standard based Assessment)

สรุปเป็น The STUDIES Model ดังภาพประกอบ



Ø ใช้หลักการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามOutcome Driven Model ประกอบด้วย
1.หลักการการจัดการเรียนรู้
2. จุดมุ่งหมายของการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
3. การสอน
ขั้นที่ วิเคราะห์จุดหมายในการเรียนรู้
ขั้นที่ การวางแผนการเรียนรู้
ขั้นที่ การพัฒนาทักษะการเรียนรู้
ขั้นที่ การสรุปความรู้และการวิพากษ์ความรู้
ขั้นที่ การประเมินการเรียนรู้


4. การประเมินผล
สรุปเป็นแผนภาพ ได้ดังนี้


ปรับจาก Chatterji, Madhabi. (2003) Designing and using tools for educational assessment. Pearson Education, Inc. p.30



รายวิชาการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน  (Instructional and Learning Management)       จัดหน่วยการเรียนรู้เป็น หน่วย ดังนี้

หน่วยที่
เนื้อหาสาระ
1
การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน : The STUDIES Model
2
กำหนดจุดหมายการเรียนรู้ (Setting Learning Goals)
3
วิเคราะห์ภาระงาน (Task Analysis)
4
การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล (Universal Design for Instruction)
5
การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล (Digital Learning)
6
การบูรณาการความรู้ (Integrated Knowledge)
7
การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน (Evaluation to Improve Teaching)
8
การประเมินอิงมาตรฐาน (Standard based Assessment)

หลักการประเมินผลการเรียนรู้
จากผลการศึกษาวิจัยของDavid Nicol(2007) University of Strathclyde)ได้เสนอหลักการประเมินผลการเรียนรู้และการให้ข้อเสนอแนะที่ดี  ทฤษฎีและหลักการที่ใช้เป็นแนวปฏิบัติในการประเมินผลการศึกษาระดับอุดมศึกษา10 ข้อดังนี้
1. ให้ความชัดเจนว่าการปฏิบัติงานที่ดีเป็นอย่างไร (เป้าหมายเกณฑ์การวัดเกณฑ์มาตรฐาน) ขอบเขตของสิ่งที่ผู้เรียนต้องทำในหลักสูตรมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายของเกณฑ์และมาตรฐานก่อน ระหว่าง และหลังการประเมินผลแค่ไหน
2. ให้ “เวลาและความพยายาม” กับการเรียนรู้สิ่งที่ท้าทายขอบเขตของงานที่มอบหมายมีส่วนกระตุ้นการเรียนรู้ทั้งในและนอกชั้นเรียน อย่างลึกซึ้งแค่ไหน
3. ให้ข้อมูลย้อนกลับคุณภาพสูงที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วยตนเองผู้สอนให้ข้อมูลย้อนกลับแบบไหน และความคิดเห็นดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ผู้เรียนสามรถเรียนรู้และปรับปรุงด้วยตนเองได้อย่างไร
4.สร้างความเชื่อที่เป็นแรงบันดาลใจและความเคารพตนเองในทางบวกขอบเขตของการประเมินและการให้ข้อมูลย้อนกลับสามารถสร้างแรงจูงใจในการเรียนและความสำเร็จแก่ผู้เรียนได้แค่ไหน
5. สนับสนุนให้มีการปฏิสัมพันธ์และการพูดคุยในเรื่องการเรียนการสอน (เพื่อนและครู-นักเรียน)มีโอกาสใดบ้างสำหรับการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องงานที่มอบหมายเพื่อการประเมินผลในรายวิชาที่สอน
6. อำนวยความสะดวกในการพัฒนาการประเมินตนเองและการสะท้อนความคิดทางด้านการเรียนขอบเขตของโอกาสอย่างเป็นทางการสำหรับการให้ข้อมูลย้อนกลับ การประเมินตนเอง การประเมินโดยเพื่อนในวิชาที่เรียนมีแค่ไหน
7. ให้โอกาสผู้เรียนเลือกการประเมินผล – เนื้อหาและกระบวนการขอบเขตของผู้เรียนสำหรับการเลือก หัวข้อ วิธีการ เกณฑ์การวัดผล ค่าน้ำหนักคะแนน กำหนดเวลา และงานที่มอบหมายเพื่อการประเมินผล งานที่ใช้ประเมินผล/การประเมินผลงานในรายวิชาที่สอน มีแค่ไหน
8. ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการประเมินผลและการปฏิบัติขอบเขตของข้อมูลที่ผู้เรียนได้รับหรือมีการส่วนร่วมให้คำปรึกษาเพื่อการตัดสินใจเรื่องการประเมินผลมีแค่ไหน
9. สนับสนุนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ขอบเขตของการประเมินผลและการให้ข้อมูลย้อนกลับช่วยสนับสนุนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้แค่ไหน
10. ช่วยผู้สอนในการปรับการสอนเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน
ดังนั้นการประเมินผลจะมีหลักการที่จะควบคุมกระบวนการการประเมินมีดังต่อไปนี้
1. การประเมินผลตามแนวคิด Out-Come Driven Model มีจุดหมาย (Goals) การสอนที่ชัดเจน
2. ขั้นตอนและเทคนิคในการประเมินผลควรเลือกตามจุดประสงค์ในการประเมิน
3. การประเมินผลควรทำอย่างต่อเนื่อง และการประเมินผลควรจะมีความละเอียดรอบคอบ
4. การประเมินผลควรระบุจุดอ่อนจุดแข็งและใช้งานได้
5. การประเมินผลควรเป็นความพยายามร่วมกัน

13.การประเมินผล
13.1 ประเด็นการประเมินผลของรายวิชา พร้อมค่าน้ำหนักเป็นร้อยละ
              1. ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน                   ร้อยละ   10
              2. การฝึกปฏิบัติการเขียนแผนจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน                  ร้อยละ   20
              3. สาธิตการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน                                                ร้อยละ   20
              4. การเสนอภาคนิพนธ์                                                                                           ร้อยละ   20
5. การประเมินความรอบรู้ปลายภาคเรียน                                                             ร้อยละ   30






13.2  การกำหนดค่าระดับเกรดแต่ละระดับช่วง(ร้อยละ)ของคะแนน
คะแนน (ร้อยละ)
เกรด
80 – 100
A
75 – 79
B+
70 – 74
B
65 – 69
C+
60 – 64
C
55 – 59
D+
50 – 54
D
ต่ำกว่า  50
F

14.  ตำราและเอกสารหลัก
คณะกรรมาธิการนานาชาติว่าด้วยการศึกษาในศตวรรษที่ 21. (1997).การเรียนรู้ : ขุมทรัพย์ในตน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
จรัส  ชวนะพันธ์ (สาตร สุทธเสถียร), ขุน (2548) อัธยาตมวิทยา.นนทบุรี สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
American Psychological Association. (1997).Learner Centered psychological Principles : A Framework for School reform and redesign.   U.S.A.
Davis, Barbara Gross. (2009) Tools for TeachingThe United States of America : John Wiley and Sons.Inc.
Killen, Roy (2013) Effective Teaching Strategies  Australia : Cengage Learning Australia Pty Limited

15.  เอกสารและข้อมูลสำคัญ
พิจิตรา  ธงพานิช (2561).  The STUDIES Model :  การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน นครปฐมโรงพิมพ์มหาวิทยาศิลปากร.
Madhabi Chatterji. (2003).Designing and Using Tools for Educational Assessment.  Teacher   College,  Columbia University U.S.A.

เกี่ยวกับบล็อก

บล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน โดย  ผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ ดร.พิจิตร ธงพานิช สาขาหลักสูตรแล...